
Table of contents

Nonthawit
CEO | Engineer | Designer
VIEW
57.2k
CATEGORY
LAST UPDATED
March 2, 2020
กด 🔖 (Bookmark) ไว้อ่านทีหลังกันได้ถ้าไม่มีเวลา
ใครอยากเข้าใจมากขึ้นเริ่มอ่านบทความนี้ได้เลย 👇🏻

“คุณคิดว่า…จุดแข็งของคุณคืออะไรครับ?”
“ไหนคุณ…ลองบอกจุดแข็ง จุดอ่อนของคุณให้ทีมเราฟังหน่อยสิครับ”
“คุณ…คิดว่าคุณมีทักษะอะไรที่โดดเด่นที่ทีมเราต้องรับคุณเข้าทำงานบ้างครับ?”
คำถามยอดฮิตที่โดนถามตลอดเวลาคุณสัมภาษณ์งานที่ใดก็ตาม ถ้าคุณตอบคำถามด้านบนได้อย่างฉะฉาน มั่นใจ ยินดีด้วย…คุณค้นพบจุดแข็งของตัวเองแล้ว แต่ถ้าคุณยังต้องหยุดนึกคิด ควานหาสิ่งที่ทำในอดีต ผมว่าคุณกำลังสับสนในจุดแข็งตัวเอง หรือยังไม่เข้าใจมันดีพอ บทความนี้จะมาช่วยทำให้เราเข้าใจเกี่ยวกับ จุดแข็ง/จุดอ่อน/จุดบอด มากขึ้นครับ

มีนักจิตวิทยาหลายท่านพยายามนิยามคำว่า “จุดแข็ง” ให้เราเข้าใจหลายรู้แปป แต่ส่วนตัวเจ้าของบล็อกชอบคนนี้มากที่สุดครับ

เขาคือ Don Clifton (ดอน คลิฟตัน) บิดาแห่งจิตวิทยาด้านจุดแข็ง ผู้คิดค้น Clifton StrengthsFinder (ไปหาทำได้ครับบอกเลยว่าคุ้มมาก) ได้นิยามจุดแข็งไว้ว่า
🚀 จุดแข็ง = การปฏิบัติกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งได้แทบจะสมบูรณ์แบบอย่างสม่ำเสมอ
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณรู้สึกทำหน้าที่นี้แล้วเหนื่อย ไม่มีความสุข ฝืนใจ แต่คุณทำได้ดีมาก ความสามารถนี้ไม่ใช่จุดแข็ง เพราะกฎของจุดแข็งคือคุณต้องทำอย่าง ¹มีความสุข ²ทำได้อย่างสม่ำเสมอ และ ³ประสบผลสำเร็จ
กลับกันถ้าคุณเดินมาจัดโต๊ะเพื่อนทุกวัน แล้วจัดออกมาได้สวย ทำให้หยิบจับอะไรง่าย พอจัดเสร็จคุณรู้สึกสนุก ฟิน มีความสุข และคุณอยากทำแบบนี้อีกกับโต๊ะเพื่อนๆทุกคน ดอนอธิบายไว้ว่านี่แหละคือจุดแข็งครับ
ดังนั้นคำว่าอย่าง “สม่ำเสมอ” มันอธิบายถึงพรสวรรค์คุณได้เช่นกัน
อีกสมการนึงที่ดอนได้ให้กับเราไว้คือ
🚀 จุดแข็ง = พรสวรรค์ x ความรู้ x ทักษะ (ทวีคูณ)
ความน่าสนใจของสมการนี้คือ พรสวรรค์เป็น“วัตถุดิบสำคัญสุด” ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จุดแข็งจะไม่มีพรสวรรค์ครับ เพราะคุณมีมันตั้งแต่อายุ 3 ขวบ (🤔 จริงป๊ะเนี่ยยย)
ส่วนความรู้ และทักษะเป็น“วัตถุดิบที่แพงที่สุด” เพราะคุณต้องเอาเวลามาแลกเปลี่ยน
ถ้าเราย้อนกลับไปตอนสมัยเรียน ทำไมเรามักจะเจอเพื่อนที่ไม่รู้ว่าตอนเข้ามหาลัยจะเรียนอะไร? โตแล้วจะเป็นอะไร? หรือแม้แต่ตัวคุณเองก็ยังตอบคำถามนี้ไม่ได้เลย ไม่ต้องแปลกใจครับ เพราะโปรแกรมการเรียนรู้เกือบทั้งหมด ไม่ได้เน้นให้คุณค้นหาพรสวรรค์ตามธรรมชาติ

แล้วเขาเน้นอะไร? 🧐
เขาเน้น “ความรู้ x ทักษะ” แหงหละ…เขาจะไปรู้พรสวรรค์ของคุณได้ยังไงหละ เพราะคนที่ต้องรู้เป็นตัวคุณเองไม่ใช่โรงเรียน ไม่ใช่มหาลัย และไม่ใช่ที่ทำงาน
โรงเรียน/มหาลัย/ที่ทำงาน เขาสอนให้คุณมี ความรู้ x ทักษะ แต่ไม่ได้สร้างให้คุณมีพรสวรรค์
รวมถึงวัฒนธรรม หนังสือ ภาพยนตร์ คำคมต่างๆ ถูกชี้นำให้เราชื่นชมการเอาชนะข้อจำกัด ความมุ่งมั่นต่างๆนานา แต่ไม่เคยพูดถึงพรสวรรค์ ส่งผลให้หลายล้านคนมีความเชื่อที่ผิดๆ เพราะถ้าคุณไม่มีพรสวรรค์แบบ role model ที่คุณไฝ่ฝัน มันจะนำคุณไปอยู่ในจุดที่มี “แรงต้านสูงสุด” ซึ่งจะทำให้คุณหมดไฟ และท้อแท้ในการทำงาน (แต่ถ้าเหมาะกับคุณก็โชคดีไปนะ)
และเรายังเคยถูกสอนว่า “คุณสามารถเป็นอะไรก็ได้ที่คุณจะเป็น เพียงแค่คุณมีความพยายามให้มากพอ” ใครเป็นคนสอนนะ 🧐? ความพยายามดีครับ แต่ต้องใช้งานควบคู่กับพรสวรรค์
วันนี้เจ้าของบล็อกอยากเปลี่ยนประโยคนี้ใหม่ว่า
“คุณไม่สามารถเป็นทุกอย่างที่คุณจะเป็นได้ แต่คุณสามารถเป็นตัวคุณที่ดีขึ้นได้จากการใช้จุดแข็งที่มีได้”
และคุณจะสามารถเติมสมการจุดแข็งข้างบนให้เต็มได้ครับ
😰 จุดอ่อน = สิ่งที่คุณไม่ถนัด คุณทำได้ไม่ดี แต่ไม่ใช่ข้อเสีย
วิธีจัดการกับจุดอ่อนคือ
• หาคนที่จุดแข็งมาช่วยคุณแทน เช่น ทีม หรือเพื่อนร่วมงาน
• คุณอาจต้อง”สร้างระบบ”ขึ้นมาแทนเพื่อจัดการกับจุดอ่อน ถ้าคุณจำเป็นต้องใช้มันจริงๆ
❌ จุดบอด = ข้อเสียที่มาจากพรสวรรค์คุณ
เช่น ความเป็น perfectionist ของคุณจะทำให้งานออกมาดีเสมอ แต่บางครั้งอาจทำให้งานไม่เสร็จสักที นี่คือจุดบอดครับ
แล้วอะไรบ้างที่จะช่วยไม่ให้เกิดจุดบอด?
คำตอบคือ การทำงานเป็นทีม และทีมทุกคนควรรู้จุดแข็ง/จุดอ่อน/จุดบอด ของแต่ละคน เพราะในบางสถาณการณ์ คนที่อุดจุดบอดตอนทำงานอาจเป็นเพื่อนร่วมงานของคุณก็ได้

จำไว้ว่าไม่มีใครเก่งตั้งแต่เกิด และไม่มีใครที่เก่งรอบด้าน “ประโยคนี้เป็นสัจนิรันดร์”
มีแต่คนที่หาพรสวรรค์เจอก่อน และขัดเกลาด้วย ความรู้ x ทักษะ ถึงจะประสบความสำเร็จ
Warren Buffett ใช้ “ความใจเย็น” เป็นจุดแข็งในการลงทุนระยะยาวอย่างสม่ำเสมอทำให้เขามีทรัพย์สินรวมทั้งหมดเป็นอันดับต้นๆของโลก
NOTE: อยากให้สังเกตว่าทุกคนที่ประสบความสำเร็จมักมีความพยายามเหมือนกันหมดครับ แต่ส่ิงที่สำคัญกว่าคือต้องใช้คู่กับพรสวรรค์ด้วย
🚀 จุดแข็ง = พรสวรรค์ x ความรู้ x ทักษะ
สามารถจำแนกได้ 2 ประเภท
รอบข้างเรามีโอกาสมากมายให้เรียนรู้ คุณต้องทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้วเพื่อรับโอกาสต่างๆที่เข้ามาเพราะ “ความรู้ เป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่สร้างจุดแข็ง” (มีคนให้ความรู้ = ลดเวลา)
ทักษะกำหนดโครงสร้างให้กับความรู้
คนฉลาดมักสละเวลามาหยุดคิดเพื่อให้ตกผลึกเป็น pattern ต่างๆ เช่น การฝึกเขียน flowchart ทำให้เราเกิดทักษะแบบแผนและ pattern ต่างๆในการแก้ปัญหา เพราะเมื่อคุณเจอปัญหานี้คุณจะได้ไม่ต้องเสียเวลา คิดใหม่
แต่ระวัง:
ทักษะนั้นมีประโยชน์และล่อใจจนทำให้มีข้อบกพร่อง
“ด้านใดบ้างที่อยู่กับคุณไปจนตาย”
พรสวรรค์ = mindset/ความรู้สึก/พฤติกรรมของคุณ ที่เกิดซ้ำๆอย่างเป็นธรรมชาติ และต้องทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ได้
เช่น
สมองเป็นอวัยวะประหลาดครับ เพราะมันโตย้อนทิศกับอวัยวะอื่น มันจะโตเร็ว และค่อยๆหดตัวลง แต่แปลกยิ่งกว่านั้นคือ ยิ่งเล็กคุณยิ่งฉลาดขึ้น (🤪 จริงอะ?)
เคล็ดลับการทำความเข้าใจสมองคือ “จุดประสานประสาทที่เราเรียกว่า Synapse” เป็นจุดที่ทำให้เซลล์สมองสองเซลล์มาต่อกันครับ

ถ้าย้อนไปตอนคุณ 3 ขวบ คุณจะมีเซลล์ประสาท 1 แสนล้านเซลล์ และจะสร้าง Synapse 15,000 จุด
ข้อสังเกตผลวิจัยต่อไปคือเด็ก 3 ขวบ ที่โตมาถึงอายุ 26 ปี มีพฤติกรรมเหมือนกัน ซึ่งนั่นเป็นพฤติกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด = พรสวรรค์
ในตอนแรกธรรมชาติมอบ Synapse ให้คุณมาเกินความจำเป็น เพราะคุณจะมีอะไรให้ต้องดูดซับมากมาย ทำให้คุณไม่สามารถเข้าใจอะไรได้เลย(ดูดซับได้อย่างเดียว) ทำให้คุณมี Synapse มากมายจนล้นหัว และด้วย ธรรมชาติ สภาพแวดล้อม การเลี้ยงดู การดูแลรักษา ความคิด จะเสริม Synapse ที่ใช้จะคงอยู่และปล่อยให้อีกนับพันหายไป ทำให้คุณตื่นขึ้นมาตอนอายุ 16 เซลล์ประสาทคุณก็ลดไปครึ่งหนึ่งละ
ข่าวร้ายคือมันไม่สร้างขึ้นมาอีกครับ แต่ๆๆ…ในช่วงชีวิตคุณจะค่อยๆเหลือ Synapse ที่แข็งแรงที่สุดซึ่งเราเรียกมันว่า พรสวรรค์ (ตามหลักชีวะศาสตร์)
✱✱✱ เพราะหัวใจของความฉลาดไม่ใช่เซลล์สมองเยอะ แต่เป็นการที่คุณใช้ Synapse ที่แข็งแรงที่สุดให้มีประโยชน์มากที่สุด
เพราะฉะนั้นการเสียเซลล์สมองไปไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล ถ้าธรรมชาติไม่ทำแบบนี้ ไม่ตัดทอนให้ Synapse เหลือน้อยลงเรื่อยๆ เราจะไม่ได้ Synapse ที่แข็งแรงที่สุดครับ คุณจะยังคงเป็นเด็กที่แข็งทื่อ อยู่โหมดรับข้อมูลอย่างเดียว คิดอะไรไม่เป็น ตัดสินใจอะไรไม่ได้ เพราะข้อมูลมันเยอะเกินไป

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณสามารถพัฒนาความสามารถได้หรือไม่? เพราะคุณทำได้แน่นอน มนุษย์เป็นสัตว์ที่ปรับตัว และสามารถทำได้ทุกเรื่องได้ดีกว่าเดิม“เล็กน้อย” หากเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับเรา
การฝึกฝน ไม่พอจะทำให้คุณเป็นเลิศ
คุณจำเป็นต้องใช้พรสวรรค์ตามธรรมชาติที่เด่นชัดมาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ
❤️ หัวใจสำคัญของการสร้างจุดแข็ง คือการจำแนกพรสวรรค์ที่สำคัญที่สุด แล้วนำมาขัดเกลาด้วย ความรู้ x ทักษะ ได้หรือไม่ ?
ข้อควรระวังของข้อนี้คือ คุณมีเวลาไม่จำกัด ทำให้เรียนรู้ไปทุกอย่าง ซึ่งบางครั้งมันไม่เป็นประโยชน์ คุณต้องเข้าใจพรสวรรค์ตัวเองก่อน แล้วจึงเลือกที่จะเรียนครับ ไม่งั้นอาจเสียเวลาได้
ต้องตั้งเพดานให้กับตัวเอง เช่นถ้าเวลาผ่านไป 2–3 เดือนยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้ลองกิจกรรมอื่นแล้วลองต่อไป เวลาผ่านไปคุณจะค่อยๆเห็นพรสวรรค์ของตัวเอง
เพราะพรสวรรค์ทิ้งร่องรอยไว้เสมอ จงติดตามจากปฏิกิริยาทันทีที่คุณทำกิจกรรมนั้นเสร็จ ถ้าคุณมีสติดีคุณจะสังเกตได้ครับ 😅
ร่องรอยสำคัญของการค้นพบพรสวรรค์
“เมื่อไหร่จะเสร็จสักที vs ผมจะได้ทำนี่อีกทีเมื่อไหร่”
ถ้าเทียบกับภาษาที่อธิบายจุดอ่อนตอนนี้มีมากกว่ามาก มากจนพูดแล้วเราเข้าใจ เช่น ซึมเศร้า ตื่นตระหนก วิกลจริต
3 คำนี้เจ้าของบล็อกเชื่อว่าไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมก็เข้าใจได้อย่างง่ายดาย แต่พอเป็นภาษาเพื่ออธิบายพรสวรรค์ยาก (แปลกปะ) เช่น
คุณมีมนุษยสัมพันธ์ดีมาก… 🤔?? แล้วยังไงต่อหละ…มันกว้างมาก
มันไม่บอกว่าคนนั้นเป็นเลิศในการสร้างความไว้ใจหลังจากปิดการขาย มันไม่ได้บอกว่าคนๆนั้นพูดได้เฉียบแหลมตรงประเด็น และเข้าใจง่าย ซึ่งสองคนนี้นุษยสัมพันธ์ดีทั้งคู่ครับ
เพราะฉะนั้นสำหรับ ภาษาที่ใช้เพื่ออธิบายพรสวรรค์ของคุณ อย่าพูดกว้างๆต้องระบุให้ชัดเจน สามารถไปดู StrengthsFinder พรสวรรค์ 34 ประการ ตามเน็ตที่ดอนเขียนไว้ได้ครับ มันจะทำให้เราอธิบายพรสวรรค์กับตัวเองและคนรอบข้างคุณได้ง่าย

NOTE: แต่อย่าลืมว่าคุณต้องมี ความรู้ x ทักษะ ด้วยนะเอออ
พรสวรรค์จีรังยั่งยืน และพิเศษเฉพาะตัว เพราะเป็น
อย่าลืม 🔖 (Bookmark) บทความนี้ไว้อ่านทีหลังด้วยหละ
KNOWLEDGE


Nonthawit
CEO | Engineer | Designer
เข้าใจการทำ Selector แบบ Ripple effect


Nonthawit
CEO | Engineer | Designer
20 สิ่ง ที่ได้หลังจากเป็น Android developer ที่ Nextzy 3 เดือน
บทความนี้แชร์ประสบการณ์ 3 เดือนแรกของการทำงานเป็น Android Developer ที่ Nextzy ครอบคลุมทั้งด้าน technical เช่น MVP architecture, Android Lifecycle, ProGuard, Git workflow และการเขียน Unit Test รวมถึงด้าน soft skill อย่างการสื่อสารกับทีม, การแชร์ความรู้, และการเขียนโค้ดให้ readable และยืดหยุ่น นอกจากนี้ยังสะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นทีมเวิร์ค การ review โค้ด และบรรยากาศการทำงานที่สนุกสนาน ซึ่งล้วนช่วยลด learning curve และพัฒนาทักษะได้เร็วกว่าการเรียนรู้คนเดียว
![[Tip/Trick] วิธีติดต่อกับ WebView ผ่าน JavascriptInterface มันเท่มาก](https://image.nextzy.tech/1_Aleix_TFC_7yz_Qh_Q_Sx_GV_Rqxw_a29e28219a.png)

Nonthawit
CEO | Engineer | Designer
[Tip/Trick] วิธีติดต่อกับ WebView ผ่าน JavascriptInterface มันเท่มาก